เว็บไซต์ คือ อะไร ?

เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ : Website, Web Site หรือ Site) คือ หน้าเว็บเพจหลายๆ หน้า ที่ถูกรวมเข้าไว้ด้วยกัน และเชื่อมโยงแต่ละหน้าเว็บเพจ ผ่านการเชื่อมโยงที่เรียกว่า “ไฮเปอร์ลิงก์” โดยเว็บเพจทุกหน้า จะถูกจัดเก็บไว้ใน “เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting : คอมพิวเตอร์ที่ใช้เก็บข้อมูลของเว็บไซต์โดยเฉพาะ)” และจะต้องมี “โดเมนเนม (Domain Name : ที่อยู่ของเว็บไซต์)” เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ผ่านทาง “เวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web : WWW)” ด้วยโปรแกรมประเภท “เว็บบราวเซอร์ (Web Browser : โปรแกรมสำหรับเข้าถึงเว็บไซต์ อาทิ Google Chrome, Internet Explorer และ Safari เป็นต้น)”

*** ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้สร้างเว็บไซต์คือ ภาษา HTML (Hypertext Markup Language)

องค์ประกอบของเว็บไซต์

ในที่นี้ ผมจะไม่พูดถึงองค์ประกอบในลักษณะของการออกแบบแต่อย่างใด แต่จะพูดถึงองค์ประกอบในลักษณะที่บ่งบอกว่ามันคือ “เว็บไซต์” ซึ่งองค์ประกอบหลักๆ มีดังนี้

  1. ข้อมูล (Data) คือ ข้อมูลในรูปแบบต่างๆ อาทิ ข้อความ รูปภาพ เสียง วีดีโอ และอื่นๆ แน่นอนว่า ทุกคนต้องเคยใช้งานเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งมาบ้างแล้ว สิ่งที่อยู่ในเว็บไซต์ต่างๆ ที่เราใช้งานนั้น เราเรียกมันว่า “ข้อมูล” แต่ทว่า ข้อมูลนั้นจะอยู่ในรูปแบบใดก็อีกเรื่องหนึ่ง อาทิ เว็บของผม ก็จะมีข้อมูลประเภทข้อความ รูปภาพ ถ้าเป็น Youtube ก็จะเป็นข้อมูลทั้งข้อความ รูปภาพ วีดีโอ เป็นต้น
  2. เว็บเพจ (Web Page) คือ หน้าเว็บที่เอาไว้ใส่ข้อมูลต่างๆ ถ้านึกภาพไม่ออก ก็ให้นึกถึงบทความนี้..ที่คุณก็กำลังอ่านอยู่ นี้คือหน้าเว็บเพจหน้าหนึ่งจากหลายๆ หน้าจากเว็บไซต์ของผม ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ของเว็บไซต์ ถ้าไม่มีเว็บเพจ ก็จะไม่มีเว็บไซต์นั้นเอง งงเปล่า..ฮา ฮา ฮา
  3. ไฮเปอร์ลิงก์ (Hyperlink) คือ การเชื่อมโยงหน้าเว็บเพจต่างๆ ให้สามารถเข้าถึงได้ เช่น ถ้าคุณอยู่ที่หน้าเว็บเพจ About แล้วต้องการไปที่หน้าเว็บเพจ Contact ก็จะต้องมีไฮเปอร์ลิงก์เพื่อนำไปสู่หน้าเว็บเพจ Contact หากไม่มี จริงๆ ก็สามารถเข้าไปถึงหน้า Contact ได้ แต่โดยปกติ ไม่มีใครมานั่งจำชื่อหน้าเว็บเพจแล้วต้องพิมพ์หน้าเว็บเพจนั้นเพื่อเข้า ลองคิดดูว่า หากมันมีเป็นร้อยเป็นพันเว็บเพจ แล้วจะจำกันไหวไหม ดังนั้น ไฮเปอร์ลิงก์จึงเป็นองค์ประกอบของเว็บไซต์ที่สำคัญ
  4. เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) คือ ที่จัดเก็บข้อมูลต่างๆ ของเว็บไซต์ รวมไปถึงหน้าเว็บเพจต่างๆ ที่ได้สร้างขึ้นมาด้วย หากไม่มีเว็บโฮสติ้ง ก็จะไม่สามารนำข้อมูลเหล่านั้น ออกมานำเสนอที่เว็บบราวเซอร์ได้ ดังนั้น เว็บโฮสติ้ง จึงเป็นองค์ประกอบหลักของเว็บไซต์เช่นกัน
  5. โดเมนเนม (Domain Name) คือ ที่อยู่สำหรับเข้าถึงเว็บไซต์ อาทิ youtube.com นี้คือที่อยู่ของเว็บไซต์ Youtube หากไม่มีที่อยู่ เราก็ไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ Youtube ได้ หรือ เว็บไซต์ของผมเว็บไซต์นี้ ก็ต้องมีที่อยู่ของเว็บไซต์ ซึ่งที่อยู่ของเว็บเว็บไซต์ของผมก็คือ korlidun.com

*** ทั้ง 5 ข้อที่ได้กล่าวมาในข้างต้น คือองค์ประกอบสำคัญที่บ่งบอกว่า สิ่งนั้นคือ “เว็บไซต์” ซึ่งถ้าใครมีมุมมองในการบ่งบอกถึงองค์ประกอบของเว็บไซต์ที่ต่างออกไป ก็แสดงความคิดเห็นกันได้นะครับ

ประเภทของเว็บไซต์

สำหรับประเภทของเว็บไซต์ จะขึ้นอยู่กับว่า จะแบ่งประเภทโดยใช้คุณลักษณะใดเป็นเกณฑ์ในการแบ่ง ซึ่งในโพสต์นี้ จะไม่ใช้เกณฑ์ใดเป็นพิเศษ ดังนั้น จึงขอกล่าวถึงประเภทของเว็บไซต์โดยภาพรวมแล้วกัน

  1. แบ่งตามประเภทของโดเมน ได้แก่ เว็บไซต์ทั่วไป (.com) เว็บสถานศึกษา (.ac.th, .edu) เว็บหน่วยงานราชการ (.go.th, .gov) เว็บมูลนิธิหรือองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร (.or.th, .org) เป็นต้น
  2. แบ่งตามลักษณะการทำงานของเว็บ ได้แก่ Static Website และ Dynamic Website
  3. แบ่งตามประเภทของเนื้อหา ได้แก่ เว็บบล็อก, เว็บข่าว, เว็บข้อมูล เป็นต้น
  4. แบ่งตามการใช้ประโยชน์ ได้แก่ เว็บบริษัท, เว็บขายสินค้า, เว็บประกาศ เป็นต้น
  5. แบ่งตามวิวัฒนาการของเว็บไซต์ ได้แก่
    • Web 1.0 เป็นยุคเริ่มแรกของเว็บไซต์ มีลักษณะเป็นเว็บไซต์ที่ให้ผู้ใช้อ่านหรือดูได้อย่างเดียว
    • Web 2.0 เป็นเว็บไซต์ยุคปัจจุบัน ผู้ใช้สามารถอ่านและโต้ตอบได้ อาทิ เว็บบอร์ดสนทนา, เว็บที่มีการเปิดให้แสดงความคิดเห็น, เว็บโซเชียลมีเดียที่สามารถแสดงความคิดเห็นโต้ตอบกันได้ เป็นต้น
    • Web 3.0 เป็นยุคของเว็บไซต์ที่ต่อยอดมาจาก Web 2.0 เป็นยุคที่เว็บไซต์เริ่มมีพัฒนาการในการวิเคราะห์และการคาดเดาพฤติกรรมความต้องการของผู้ใช้และตอบสนองความต้องการนั้น
    • Web 4.0 เป็นยุคที่เว็บไซต์วิวัฒนาการต่อยอดมาจาก Web 3.0 ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “A Symbiotic web” คือ เว็บไซต์ที่ทำงานแบบ Artificial Intelligence (AI) มีความฉลาดมากขึ้น และที่สำคัญ สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

*** อาจจะมีการแบ่งประเภทของเว็บไซต์ด้วยคุณลักษณะแบบอื่นๆ อีก แต่เท่าที่ผมรู้และหาข้อมูลได้นั้น มีอยู่ประมาณนี้ ซึ่งถ้าใครมีข้อมูลเพิ่มเติม ก็แนะนำกันไว้ได้ที่กล่องแสดงความคิดเห็นของโพสต์นี้เลย

ประโยชน์ของเว็บไซต์

สำหรับประโยชน์ของเว็บไซต์นั้น จะต้องแบ่งออกเป็น 2 มุม คือ มุมของผู้ใช้ และมุมของผู้สร้าง ซึ่งสำหรับมุมของผู้ใช้นั้น ผมจะขอไม่กล่าวถึงแต่อย่างใด นั้นก็เพราะว่า คุณคงรู้กันอยู่แล้วว่า ประโยชน์ของเว็บไซต์นั้นคืออะไร คงไม่ต้องบอก หรือคิดเองได้อยู่แล้ว แต่ในมุมของผู้สร้างเว็บไซต์นั้น คุณอาจจะไม่รู้ หรืออาจจะรู้บ้างนิดๆ หน่อยๆ ซึ่งผมเห็นว่า ในส่วนนี้ น่าจะเอามานำเสนอให้ได้รู้กัน

  1. เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ โดยส่วนใหญ่แล้ว เว็บไซต์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการเผยแพร่อะไรบางอย่างที่ผู้สร้างเว็บไซต์ต้องการที่จะเผยแพร่ หรือไม่ก็ใช้เพื่อประชาสัมพันธ์
  2. เพื่อการค้าขาย ในยุคนี้ เราจะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนเลยว่า เว็บไซต์ถูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ทางด้านการค้าขายกันเป็นจำนวนมาก อาทิ Lazada, Shopee และ Alibaba เป็นต้น
  3. เพื่อหารายได้ อีกหนึ่งประโยชน์ที่ผู้สร้างเว็บไซต์ ได้สร้างเว็บไซต์นั้นขึ้นมา ก็คือ เพื่อหารายได้ ซึ่งจริงๆ ในเรื่องนี้ก็มีมานานพอสมควรแล้ว เพียงแต่อาจจะจำกัดอยู่แค่กับบางกลุ่มคน

เว็บไซต์ เว็บเพจ และโฮมเพจ ต่างกันอย่างไร

หลายๆ คนที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงของการทำเว็บไซต์อาจจะไม่มีความเข้าใจในการเรียกชื่อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ ซึ่งส่วนใหญ่ที่มักสับสนและถามกันอยู่บ่อยๆ ก็จะมีอยู่ 3 ชื่อเรียกด้วยกัน คือ

  1. เว็บไซต์ คือ หลายๆ หน้าเว็บเพจรวมกัน เรียกกว่า เว็บไซต์
  2. เว็บเพจ คือ หน้าใดหน้าหนึ่งของเว็บไซต์ อาทิ google.com/policies/
  3. โฮมเพจ คือ หน้าแรกของเว็บไซต์นั้น อาทิ google.com, facebook.com เป็นต้น

จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด หวังว่า ผู้อ่านจะเข้าใจว่า “เว็บไซต์ คือ อะไร” และน่าจะมีความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์ในด้านต่างๆ เพิ่มขึ้น แต่กระนั้น ข้อมูลที่นำเสนอ ก็อาจมีความผิดพลาดได้ ดังนั้น หากใครที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น ก็ควรค้นหาและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นๆ ด้วย

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Wiki และติดป้ายกำกับ บน โดย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *