ตั้งเป้าหมายครั้งใหญ่ในชีวิต

หากชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไป

Credit : Crows เรียกเขาว่าอีกา

เปิดตัวมาด้วยประโยคที่อาจจะดูเฉยๆ แต่บอกเลยว่า มันคือประโยคที่สร้างกำลังใจให้กับตัวเองมาตลอดชีวิต เป็นประโยคที่ผมได้รู้จักเมื่อประมาณ 20 ปีมาแล้ว ซึ่งมันเป็นประโยคที่ถูกเขียนไว้ในหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นฉบับแปลไทยที่ชื่อว่า Crows เรียกเขาว่าอีกา

ที่เปิดตัวมาด้วยประโยคดังกล่าวนั้น ก็เพื่อที่จะย้ำเตือนตัวเองให้สู้ต่อไป พร้อมกับตั้งเป้าหมายใหญ่ให้กับชีวิตตัวเอง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ต้องบอกเลยว่า “ต้องจริงจังให้มาก”

ที่ต้องตั้งเป้าหมายใหญ่ให้กับชีวิตตัวเองก็เพราะว่า อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ผมก็จะอายุครบ 35 ขวบปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่บ่งบอกได้ว่า มันคือครึ่งทางของชีวิตแล้วนะ แต่ทว่า ตัวผมเองนั้น ยังคงใช้ชีวิตที่ยังดูไร้แก่นสารและไม่มีอะไรแน่นอนให้กับชีวิตตัวเองเสียที

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา 2-3 วันนี้ รู้สึกคิดหนักมากกับชีวิต ว่าจะเอายังยังไงดี และในวันนี้เอง มันก็เหมือนได้ข้อสรุปแล้วว่าจะเอายังไงดี

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า ผมเรียนจบในสาขาที่มีงานค่อนข้างน้อยถึงน้อยมาก งานราชการก็นานๆ ทีเปิดรับครั้ง และงานประจำอื่นๆ ก็ไม่ได้รับตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่ผมจบมา จึงทำให้มีปัญหาในการหางานเป็นอย่างมาก ประกอบการตัดสินใจต่างๆ ในช่วงเวลาที่ผ่าน ที่ไม่รู้หรอกว่า ดีหรือไม่ดีสำหรับตัวเอง แต่เราตัดสินใจเพื่อคนที่เรารัก ทั้งคนรักและครอบครัวของเราเอง นี้เป็นเหตุผลใหญ่ในการทำให้ชีวิตในการทำงานของเราไม่ค่อยจะราบรื่นเท่าที่ควร

ถึงแม้ว่าจะพยายามสร้างงานเพื่อหาเงินอย่างเช่น รับเขียนบทความ รับทำเว็บ รับโปรโมทเว็บ แต่ทว่า มันก็ไม่ค่อยมั่นคง ไม่มีเพียงเท่านั้น พลังในการทำงานก็ไม่ค่อยจะมี ด้วยการที่เราอาศัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ชายแดนใต้ในอำเภอที่ไม่มีคนที่เราจะคุยเกี่ยวกับเรื่องงานของเราได้ จึงทำให้เราต้องนั่งทำงานของเราอยู่คนเดียว ไม่มีคนที่ทำงานคล้ายๆ กันไว้คุยด้วย และไม่เพียงเท่านั้น วันๆ ก็นั่งทำงานอยู่กับบ้าน

ช่วงแรกๆ ก็ดีอยู่หรอก แต่นานๆ ด้วยความที่คนเรานั้นเป็นมนุษย์ มันต้องมีสังคมและก็ควรเป็นสังคมที่คุยอะไรคล้ายๆ กันด้วย ไม่งั้นก็คุยกับใครไม่รู้เรื่อง ซึ่งผมเจอมาเองกับตัว บอกไปก็ไม่มีคนเข้าใจว่าทำอะไร บางคนมองเราเหมือนคนไม่ทำงาน วันๆ เอาแต่อยู่กับบ้าน

และก็อีกนาๆ เหตุผลที่มันบั่นทอนชีวิต จึงทำให้ผมตัดสินใจแล้วว่า ต้องทำอะไรซักอย่างกับชีวิตตัวเอง ขืนปล่อยไปเรื่อยๆ แบบนี้ มันจะเป็นคนไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวเอา และในที่สุด ผมก็ตัดสินใจได้ และก็อยากจะบันทึกมันเอาไว้ สำหรับบอกตัวเองในตอนนี้และอนาคตข้างหน้า ว่าเราได้ตั้งเป้าหมายอะไรเอาไว้และจะต้องทำอะไรบ้าง

เรียนรู้ภาษาอังกฤษ

สำหรับอย่างแรกเลยคือสิ่งที่จะต้องทำมากกว่าที่จะเป็นเป้าหมายในชีวิต ก็คือ การเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้สามารถ ฟัง พูด อ่าน เขียน แปล สนทนาและสร้างสรรค์เนื้อหาบทความที่เป็นภาษาอังกฤษได้

ผมมองว่า ภาษาอังกฤษ นั้นเป็นเรื่องจำเป็นมาก หากเราต้องการเปิดโลกให้มันกว้างขึ้นเพื่อโอกาสที่มากขึ้น ไม่ใช่ในแง่ของการเรียนรู้เท่านั้น แต่มันเป็นเรื่องงานและเรื่องอื่นๆ ด้วย

ตัวผมเองเป็นคนที่อ่อนและเกลียดภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก แต่ ไม่ใช่ว่า ผมเรียนรู้ไม่ได้และไม่เข้าใจ แต่ผมไม่อยากจะต้องท่องศัพท์ก็เท่านั้น และช่วงที่ผ่านมามันก็ดูเหมือนไม่จำเป็นซักเท่าไหร่สำหรับชีวิต จึงทำให้ผมไม่ค่อยสนใจและใส่ใจมันเลย..

แต่ตอนนี้ ผมคิดใหม่แล้ว ผมจะต้องเก่งภาษาอังกฤษให้ได้และไม่ใช่เก่งแค่ธรรมดาเท่านั้น แต่มันจะต้องเก่งจนสามารถนำมันไปใช้เพื่อสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้กับตัวเองให้ได้และนั้นเป็นที่มาของเป้าหมายที่จะต้องทำเป็นอย่างแรกเลย

ต้องจบ ป.ตรี ภาษาอังกฤษ

เป้าหมายอย่างแรกก็คือ ต้องจบ ป.ตรี ภาษาอังกฤษ เดิมทีผมเป็นคนที่เรียนทางด้านสายการศึกษามาอยู่แล้ว ดังนั้น และมีใบประกอบวิชาชีพครูอยู่ด้วย แต่ทว่า สาขาที่ต้องสอนนั้น ไม่ค่อยมีเปิดรับเสียเท่าไหร่ อย่างเพื่อนๆ ที่จบมาก็เจอปัญหานี้เช่นกัน

ซึ่งถ้าผมยังอยากจะกลับไปสอนหนังสืออีกครั้ง ผมต้องมีวุฒิ ป.ตรี เฉพาะทางเพิ่มอีกซักใบ ซึ่งจริงๆ ผมก็คิดเรื่องการเรียนทางด้านสายศิลปศาสตร์อยู่เหมือนกัน อย่าง รัฐศาสตร์ ซึ่งก็คิดว่า มันน่าจะง่ายสำหรับตัวเองอยู่เหมือนกัน เพราะเราค่อนข้างชอบและสนใจ

แต่ทว่า หากต้องการให้ชัดเจนมากที่สุด ผมควรเลือกเรียนในสิ่งที่มันมีความชัดเจนของตัวมันเองตั้งแต่แรก ซึ่งเท่าที่ผมสามารถเรียนรู้ได้ ก็น่าจะเป็นภาษาอังกฤษนั้นเอง ถึงแม้ว่า จะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ผมคิดว่า หากผมเรียน จบ ป.ตรี ภาษาอังกฤษ มันสามารถต่อยอดในสิ่งต่างๆ ให้กับชีวิตผมได้มากขึ้นและชัดเจน

ตัวอย่าง หากผมจบภาษาอังกฤษ ผมสามารถที่จะไปสมัครงานอะไรก็ได้ จะสอบครูภาษาอังกฤษก็ได้ เรียนต่อก็ได้ และอื่นๆ อีกมากมาย เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมเห็นได้ชัดเจนเลยว่า หากผมได้ภาษาอังกฤษแล้วละก็ มันก็จะเหมือนติดปีกให้เสือเลยทีเดียว

และจากที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเอง จึงทำให้ผมตัดสินใจที่จะเรียน ป.ตรี ภาษาอังกฤษ โดยเรียนที่ มสธ. เพราะมันสะดวกสุด ไม่ต้องสอบเข้าอีก ค่าใช้จ่ายถูก ไม่ต้องเดินทางไปเรียน และอีกหลายๆ เหตุผล

เนื่องจาก เร็วๆ ประมาณเดือนพฤษภาคม ผมได้งานธุรการกับโรงเรียนเอกชนเปิดใหม่แห่งหนึ่ง ซึ่งก็เป็นงานที่ผมมีประสบการณ์มาก่อน เพราะเคยทำอยู่ที่ โรงเรียนที่กรุงเทพฯ ประกอบกับมันมีเวลาพอสมควร เพราะงานธุรการ มันมักจบที่โรงเรียน ไม่ต้องกลับมาทำที่บ้าน ไม่เหมือนกับงานสอนที่หลายๆ ครั้งต้องนำกลับมาทำที่บ้าน และไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่ แต่ทว่า ผมก็อยากมีอนาคตดีๆ เหมือนกับคนอื่นเค้าบอก เพราะฉะนั้น ผมต้องเรียน จบ ป.ตรี ภาษาอังกฤษ ให้ได้

เป้าหมายหลังจากเรียนจบ ป.ตรี ภาษาอังกฤษ

ตั้งเป้าหมายไว้แล้ว แต่ทว่า ยังไม่ได้สมัครเรียนเลย ฮาๆๆ ผมตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้วว่า หากในระยะก่อนเรียนจบ ผมสามารถสอบเป็นนักวิชาการศึกษาได้ ผมก็คงเป็นนักวิชาการศึกษา แต่ทว่า หากไม่ได้ ผมก็จะไปสอบครูภาษาอังกฤษให้ได้ และพยายามเป็นศึกษานิเทศก์ให้ได้ไว้ที่สุดและทำวิทยฐานะให้เร็วที่สุด หรือไม่ก็ เรียนต่อ ป.โท สาขาหลักสูตรและการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยซักแห่ง หรืออื่นๆ แต่ไม่ว่ายังไง ต้องจบ ป.ตรี ภาษาอังกฤษ และสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีที่สุด

หลังจากที่ได้พ่นมาเยอะแล้ว รู้สึกดีขึ้นเอามากๆ และก็อยากบอกคนที่ผ่านมาอ่าน อย่าว่า อย่าด่าผมเลย ที่เขียนก็แค่อยากบันทึกและอยากระบายเพื่อสร้างกำลังใจกับตัวเอง ^_^

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *